ตัวประกอบของ 104502 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 104502
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 104502 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 104502 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 104502 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 104502 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 104502 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 17417, 34834, 52251, 104502
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 104502 ÷ 1 | = | 104502 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 2 | = | 52251 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 3 | = | 34834 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 6 | = | 17417 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 17417 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 34834 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 52251 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 104502 ÷ 104502 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 104502
| 1 x 104502 | = | 104502 |
| 2 x 52251 | = | 104502 |
| 3 x 34834 | = | 104502 |
| 6 x 17417 | = | 104502 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 104502
1 + 2 + 3 + 6 + 17417 + 34834 + 52251 + 104502 = 209016
▶ ตัวประกอบของ 104502 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 17417
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 104502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104502 = 2 x 3 x 17417
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 104502 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 104502 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 104502 มา 1 คู่ เช่น 2 x 52251
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104502
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104502 แบบที่หนึ่ง
- 104502
- 6
- 2
- 3
- 17417
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 104502 แบบที่สอง
- 104502
- 2
- 52251
- 3
- 17417
ดังนั้น 104502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104502 =
2 x 3 x 17417
2. การแยกตัวประกอบของ 104502 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 104502 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104502 นั้นก็คือ 2, 3, 17417 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104502
2)1045023)5225117417)174171ดังนั้น 104502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้104502 = 2 x 3 x 17417วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 104502
1แยกตัวประกอบของ 104502 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 1741712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17417 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104502 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 104502 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 104502 นั้นก็คือ 2, 3, 17417 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 104502
2
)104502
3
)52251
17417
)17417
1
ดังนั้น 104502 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
104502 = 2 x 3 x 17417
1แยกตัวประกอบของ 104502 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 174171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17417 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 104502 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 104502 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
