ตัวประกอบของ 103478 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103478
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103478 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103478 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103478 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103478 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103478 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 31, 62, 1669, 3338, 51739, 103478
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103478 ÷ 1 | = | 103478 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 2 | = | 51739 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 31 | = | 3338 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 62 | = | 1669 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 1669 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 3338 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 51739 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103478 ÷ 103478 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103478
| 1 x 103478 | = | 103478 |
| 2 x 51739 | = | 103478 |
| 31 x 3338 | = | 103478 |
| 62 x 1669 | = | 103478 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103478
1 + 2 + 31 + 62 + 1669 + 3338 + 51739 + 103478 = 160320
▶ ตัวประกอบของ 103478 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 1669
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103478 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103478 = 2 x 31 x 1669
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103478 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103478 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103478 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51739
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103478
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103478 แบบที่หนึ่ง
- 103478
- 62
- 2
- 31
- 1669
- 62
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103478 แบบที่สอง
- 103478
- 2
- 51739
- 31
- 1669
ดังนั้น 103478 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103478 =
2 x 31 x 1669
2. การแยกตัวประกอบของ 103478 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103478 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103478 นั้นก็คือ 2, 31, 1669 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103478
2)10347831)517391669)16691ดังนั้น 103478 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103478 = 2 x 31 x 1669วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103478
1แยกตัวประกอบของ 103478 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 166912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1669 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103478 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103478 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103478 นั้นก็คือ 2, 31, 1669 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103478
2
)103478
31
)51739
1669
)1669
1
ดังนั้น 103478 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103478 = 2 x 31 x 1669
1แยกตัวประกอบของ 103478 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 311 x 16691
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1669 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103478 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103478 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
