ตัวประกอบของ 103428 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103428
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103428 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103428 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103428 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103428 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103428 มีทั้งหมด 54 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 9, 12, 13, 17, 18, 26, 34, 36, 39, 51, 52, 68, 78, 102, 117, 153, 156, 169, 204, 221, 234, 306, 338, 442, 468, 507, 612, 663, 676, 884, 1014, 1326, 1521, 1989, 2028, 2652, 2873, 3042, 3978, 5746, 6084, 7956, 8619, 11492, 17238, 25857, 34476, 51714, 103428
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103428 ÷ 1 | = | 103428 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 2 | = | 51714 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 3 | = | 34476 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 4 | = | 25857 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 6 | = | 17238 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 9 | = | 11492 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 12 | = | 8619 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 13 | = | 7956 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 17 | = | 6084 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 18 | = | 5746 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 26 | = | 3978 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 34 | = | 3042 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 36 | = | 2873 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 39 | = | 2652 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 51 | = | 2028 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 52 | = | 1989 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 68 | = | 1521 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 78 | = | 1326 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 102 | = | 1014 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 117 | = | 884 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 153 | = | 676 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 156 | = | 663 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 169 | = | 612 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 204 | = | 507 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 221 | = | 468 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 234 | = | 442 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 306 | = | 338 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 338 | = | 306 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 442 | = | 234 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 468 | = | 221 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 507 | = | 204 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 612 | = | 169 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 663 | = | 156 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 676 | = | 153 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 884 | = | 117 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 1014 | = | 102 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 1326 | = | 78 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 1521 | = | 68 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 1989 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 2028 | = | 51 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 2652 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 2873 | = | 36 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 3042 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 3978 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 5746 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 6084 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 7956 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 8619 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 11492 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 17238 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 25857 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 34476 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 51714 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103428 ÷ 103428 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103428
| 1 x 103428 | = | 103428 |
| 2 x 51714 | = | 103428 |
| 3 x 34476 | = | 103428 |
| 4 x 25857 | = | 103428 |
| 6 x 17238 | = | 103428 |
| 9 x 11492 | = | 103428 |
| 12 x 8619 | = | 103428 |
| 13 x 7956 | = | 103428 |
| 17 x 6084 | = | 103428 |
| 18 x 5746 | = | 103428 |
| 26 x 3978 | = | 103428 |
| 34 x 3042 | = | 103428 |
| 36 x 2873 | = | 103428 |
| 39 x 2652 | = | 103428 |
| 51 x 2028 | = | 103428 |
| 52 x 1989 | = | 103428 |
| 68 x 1521 | = | 103428 |
| 78 x 1326 | = | 103428 |
| 102 x 1014 | = | 103428 |
| 117 x 884 | = | 103428 |
| 153 x 676 | = | 103428 |
| 156 x 663 | = | 103428 |
| 169 x 612 | = | 103428 |
| 204 x 507 | = | 103428 |
| 221 x 468 | = | 103428 |
| 234 x 442 | = | 103428 |
| 306 x 338 | = | 103428 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103428
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 9 + 12 + 13 + 17 + 18 + 26 + 34 + 36 + 39 + 51 + 52 + 68 + 78 + 102 + 117 + 153 + 156 + 169 + 204 + 221 + 234 + 306 + 338 + 442 + 468 + 507 + 612 + 663 + 676 + 884 + 1014 + 1326 + 1521 + 1989 + 2028 + 2652 + 2873 + 3042 + 3978 + 5746 + 6084 + 7956 + 8619 + 11492 + 17238 + 25857 + 34476 + 51714 + 103428 = 299754
▶ ตัวประกอบของ 103428 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 13, 17
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103428 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103428 = 2 x 2 x 3 x 3 x 13 x 13 x 17
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103428 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103428 = 22 x 32 x 132 x 17
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103428 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103428 = 22 x 32 x 132 x 17
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103428 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103428 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103428 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51714
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103428
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103428 แบบที่หนึ่ง
- 103428
- 306
- 17
- 18
- 3
- 6
- 2
- 3
- 338
- 13
- 26
- 2
- 13
- 306
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103428 แบบที่สอง
- 103428
- 2
- 51714
- 2
- 25857
- 3
- 8619
- 3
- 2873
- 13
- 221
- 13
- 17
ดังนั้น 103428 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103428 =
2 x 2 x 3 x 3 x 13 x 13 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103428 =
22 x 32 x 132 x 17 หรือ 22 x 32 x 132 x 171
2. การแยกตัวประกอบของ 103428 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103428 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103428 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103428
2)1034282)517143)258573)861913)287313)22117)171ดังนั้น 103428 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103428 = 2 x 2 x 3 x 3 x 13 x 13 x 17หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง103428 = 22 x 32 x 132 x 17 หรือ 22 x 32 x 132 x 171วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103428
1แยกตัวประกอบของ 103428 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 32 x 132 x 1712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 3 x 2 = 54✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103428 มีทั้งหมด 54 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103428 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103428 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 17 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103428
2
)103428
2
)51714
3
)25857
3
)8619
13
)2873
13
)221
17
)17
1
ดังนั้น 103428 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103428 = 2 x 2 x 3 x 3 x 13 x 13 x 17
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103428 = 22 x 32 x 132 x 17 หรือ 22 x 32 x 132 x 171
1แยกตัวประกอบของ 103428 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 32 x 132 x 171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 3 x 2 = 54✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103428 มีทั้งหมด 54 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103428 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
