ตัวประกอบของ 103215 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103215
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103215 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103215 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103215 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103215 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103215 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 7, 15, 21, 35, 105, 983, 2949, 4915, 6881, 14745, 20643, 34405, 103215
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103215 ÷ 1 | = | 103215 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 3 | = | 34405 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 5 | = | 20643 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 7 | = | 14745 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 15 | = | 6881 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 21 | = | 4915 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 35 | = | 2949 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 105 | = | 983 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 983 | = | 105 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 2949 | = | 35 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 4915 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 6881 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 14745 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 20643 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 34405 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 103215 ÷ 103215 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103215
| 1 x 103215 | = | 103215 |
| 3 x 34405 | = | 103215 |
| 5 x 20643 | = | 103215 |
| 7 x 14745 | = | 103215 |
| 15 x 6881 | = | 103215 |
| 21 x 4915 | = | 103215 |
| 35 x 2949 | = | 103215 |
| 105 x 983 | = | 103215 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103215
1 + 3 + 5 + 7 + 15 + 21 + 35 + 105 + 983 + 2949 + 4915 + 6881 + 14745 + 20643 + 34405 + 103215 = 188928
▶ ตัวประกอบของ 103215 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 5, 7, 983
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103215 = 3 x 5 x 7 x 983
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103215 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103215 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103215 มา 1 คู่ เช่น 3 x 34405
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103215
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103215 แบบที่หนึ่ง
- 103215
- 105
- 7
- 15
- 3
- 5
- 983
- 105
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103215 แบบที่สอง
- 103215
- 3
- 34405
- 5
- 6881
- 7
- 983
ดังนั้น 103215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103215 =
3 x 5 x 7 x 983
2. การแยกตัวประกอบของ 103215 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103215 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103215 นั้นก็คือ 3, 5, 7, 983 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103215
3)1032155)344057)6881983)9831ดังนั้น 103215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103215 = 3 x 5 x 7 x 983วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103215
1แยกตัวประกอบของ 103215 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 71 x 98312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 983 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103215 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103215 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103215 นั้นก็คือ 3, 5, 7, 983 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103215
3
)103215
5
)34405
7
)6881
983
)983
1
ดังนั้น 103215 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103215 = 3 x 5 x 7 x 983
1แยกตัวประกอบของ 103215 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 71 x 9831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 983 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103215 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103215 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
