ตัวประกอบของ 103122 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 103122
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 103122 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 103122 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 103122 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 103122 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 103122 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 17, 18, 34, 51, 102, 153, 306, 337, 674, 1011, 2022, 3033, 5729, 6066, 11458, 17187, 34374, 51561, 103122
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 103122 ÷ 1 | = | 103122 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 2 | = | 51561 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 3 | = | 34374 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 6 | = | 17187 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 9 | = | 11458 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 17 | = | 6066 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 18 | = | 5729 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 34 | = | 3033 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 51 | = | 2022 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 102 | = | 1011 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 153 | = | 674 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 306 | = | 337 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 337 | = | 306 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 674 | = | 153 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 1011 | = | 102 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 2022 | = | 51 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 3033 | = | 34 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 5729 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 6066 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 11458 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 17187 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 34374 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 51561 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 103122 ÷ 103122 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 103122
| 1 x 103122 | = | 103122 |
| 2 x 51561 | = | 103122 |
| 3 x 34374 | = | 103122 |
| 6 x 17187 | = | 103122 |
| 9 x 11458 | = | 103122 |
| 17 x 6066 | = | 103122 |
| 18 x 5729 | = | 103122 |
| 34 x 3033 | = | 103122 |
| 51 x 2022 | = | 103122 |
| 102 x 1011 | = | 103122 |
| 153 x 674 | = | 103122 |
| 306 x 337 | = | 103122 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 103122
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 17 + 18 + 34 + 51 + 102 + 153 + 306 + 337 + 674 + 1011 + 2022 + 3033 + 5729 + 6066 + 11458 + 17187 + 34374 + 51561 + 103122 = 237276
▶ ตัวประกอบของ 103122 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 17, 337
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 103122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103122 = 2 x 3 x 3 x 17 x 337
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103122 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103122 = 2 x 32 x 17 x 337
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 103122 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
103122 = 2 x 32 x 17 x 337
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 103122 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 103122 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 103122 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51561
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103122
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103122 แบบที่หนึ่ง
- 103122
- 306
- 17
- 18
- 3
- 6
- 2
- 3
- 337
- 306
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 103122 แบบที่สอง
- 103122
- 2
- 51561
- 3
- 17187
- 3
- 5729
- 17
- 337
ดังนั้น 103122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103122 =
2 x 3 x 3 x 17 x 337
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103122 =
2 x 32 x 17 x 337 หรือ 21 x 32 x 171 x 3371
2. การแยกตัวประกอบของ 103122 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 103122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103122 นั้นก็คือ 2, 3, 17, 337 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103122
2)1031223)515613)1718717)5729337)3371ดังนั้น 103122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้103122 = 2 x 3 x 3 x 17 x 337หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง103122 = 2 x 32 x 17 x 337 หรือ 21 x 32 x 171 x 3371วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 103122
1แยกตัวประกอบของ 103122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 171 x 33712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 337 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103122 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 103122 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 103122 นั้นก็คือ 2, 3, 17, 337 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 103122
2
)103122
3
)51561
3
)17187
17
)5729
337
)337
1
ดังนั้น 103122 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
103122 = 2 x 3 x 3 x 17 x 337
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
103122 = 2 x 32 x 17 x 337 หรือ 21 x 32 x 171 x 3371
1แยกตัวประกอบของ 103122 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 171 x 3371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 337 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 103122 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 103122 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
