ตัวประกอบของ 102703 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102703
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102703 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102703 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 102703 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102703 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102703 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 31, 3313, 102703
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102703 ÷ 1 | = | 102703 | เหลือเศษ 0 |
| 102703 ÷ 31 | = | 3313 | เหลือเศษ 0 |
| 102703 ÷ 3313 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 102703 ÷ 102703 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102703
| 1 x 102703 | = | 102703 |
| 31 x 3313 | = | 102703 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102703
1 + 31 + 3313 + 102703 = 106048
▶ ตัวประกอบของ 102703 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
31, 3313
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102703 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102703 = 31 x 3313
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102703 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102703 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102703 มา 1 คู่ เช่น 31 x 3313
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102703
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102703
- 102703
- 31
- 3313
ดังนั้น 102703 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102703 =
31 x 3313
2. การแยกตัวประกอบของ 102703 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102703 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102703 นั้นก็คือ 31, 3313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102703
31)1027033313)33131ดังนั้น 102703 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102703 = 31 x 3313วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102703
1แยกตัวประกอบของ 102703 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 331312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102703 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102703 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102703 นั้นก็คือ 31, 3313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102703
31
)102703
3313
)3313
1
ดังนั้น 102703 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102703 = 31 x 3313
1แยกตัวประกอบของ 102703 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 33131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102703 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102703 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
