ตัวประกอบของ 102372 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102372
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102372 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102372 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 102372 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102372 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102372 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 19, 38, 57, 76, 114, 228, 449, 898, 1347, 1796, 2694, 5388, 8531, 17062, 25593, 34124, 51186, 102372
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102372 ÷ 1 | = | 102372 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 2 | = | 51186 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 3 | = | 34124 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 4 | = | 25593 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 6 | = | 17062 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 12 | = | 8531 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 19 | = | 5388 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 38 | = | 2694 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 57 | = | 1796 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 76 | = | 1347 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 114 | = | 898 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 228 | = | 449 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 449 | = | 228 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 898 | = | 114 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 1347 | = | 76 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 1796 | = | 57 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 2694 | = | 38 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 5388 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 8531 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 17062 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 25593 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 34124 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 51186 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 102372 ÷ 102372 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102372
| 1 x 102372 | = | 102372 |
| 2 x 51186 | = | 102372 |
| 3 x 34124 | = | 102372 |
| 4 x 25593 | = | 102372 |
| 6 x 17062 | = | 102372 |
| 12 x 8531 | = | 102372 |
| 19 x 5388 | = | 102372 |
| 38 x 2694 | = | 102372 |
| 57 x 1796 | = | 102372 |
| 76 x 1347 | = | 102372 |
| 114 x 898 | = | 102372 |
| 228 x 449 | = | 102372 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102372
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 19 + 38 + 57 + 76 + 114 + 228 + 449 + 898 + 1347 + 1796 + 2694 + 5388 + 8531 + 17062 + 25593 + 34124 + 51186 + 102372 = 252000
▶ ตัวประกอบของ 102372 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 19, 449
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102372 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102372 = 2 x 2 x 3 x 19 x 449
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 102372 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
102372 = 22 x 3 x 19 x 449
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 102372 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
102372 = 22 x 3 x 19 x 449
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102372 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102372 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102372 มา 1 คู่ เช่น 2 x 51186
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102372
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102372 แบบที่หนึ่ง
- 102372
- 228
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 19
- 12
- 449
- 228
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102372 แบบที่สอง
- 102372
- 2
- 51186
- 2
- 25593
- 3
- 8531
- 19
- 449
ดังนั้น 102372 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102372 =
2 x 2 x 3 x 19 x 449
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
102372 =
22 x 3 x 19 x 449 หรือ 22 x 31 x 191 x 4491
2. การแยกตัวประกอบของ 102372 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102372 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102372 นั้นก็คือ 2, 3, 19, 449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102372
2)1023722)511863)2559319)8531449)4491ดังนั้น 102372 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102372 = 2 x 2 x 3 x 19 x 449หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง102372 = 22 x 3 x 19 x 449 หรือ 22 x 31 x 191 x 4491วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102372
1แยกตัวประกอบของ 102372 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 191 x 44912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102372 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102372 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102372 นั้นก็คือ 2, 3, 19, 449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102372
2
)102372
2
)51186
3
)25593
19
)8531
449
)449
1
ดังนั้น 102372 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102372 = 2 x 2 x 3 x 19 x 449
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
102372 = 22 x 3 x 19 x 449 หรือ 22 x 31 x 191 x 4491
1แยกตัวประกอบของ 102372 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 191 x 4491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102372 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102372 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
