ตัวประกอบของ 102037 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 102037
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 102037 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 102037 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 102037 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 102037 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 102037 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 13, 47, 167, 611, 2171, 7849, 102037
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 102037 ÷ 1 | = | 102037 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 13 | = | 7849 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 47 | = | 2171 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 167 | = | 611 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 611 | = | 167 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 2171 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 7849 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 102037 ÷ 102037 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 102037
| 1 x 102037 | = | 102037 |
| 13 x 7849 | = | 102037 |
| 47 x 2171 | = | 102037 |
| 167 x 611 | = | 102037 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 102037
1 + 13 + 47 + 167 + 611 + 2171 + 7849 + 102037 = 112896
▶ ตัวประกอบของ 102037 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
13, 47, 167
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 102037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102037 = 13 x 47 x 167
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 102037 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 102037 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 102037 มา 1 คู่ เช่น 13 x 7849
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102037
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102037 แบบที่หนึ่ง
- 102037
- 167
- 611
- 13
- 47
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 102037 แบบที่สอง
- 102037
- 13
- 7849
- 47
- 167
ดังนั้น 102037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102037 =
13 x 47 x 167
2. การแยกตัวประกอบของ 102037 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 102037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102037 นั้นก็คือ 13, 47, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102037
13)10203747)7849167)1671ดังนั้น 102037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้102037 = 13 x 47 x 167วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 102037
1แยกตัวประกอบของ 102037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 471 x 16712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102037 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 102037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 102037 นั้นก็คือ 13, 47, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 102037
13
)102037
47
)7849
167
)167
1
ดังนั้น 102037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
102037 = 13 x 47 x 167
1แยกตัวประกอบของ 102037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 471 x 1671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 102037 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 102037 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
