ตัวประกอบของ 101602 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101602
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101602 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101602 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101602 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101602 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101602 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 37, 74, 1373, 2746, 50801, 101602
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101602 ÷ 1 | = | 101602 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 2 | = | 50801 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 37 | = | 2746 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 74 | = | 1373 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 1373 | = | 74 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 2746 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 50801 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 101602 ÷ 101602 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101602
| 1 x 101602 | = | 101602 |
| 2 x 50801 | = | 101602 |
| 37 x 2746 | = | 101602 |
| 74 x 1373 | = | 101602 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101602
1 + 2 + 37 + 74 + 1373 + 2746 + 50801 + 101602 = 156636
▶ ตัวประกอบของ 101602 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 37, 1373
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101602 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101602 = 2 x 37 x 1373
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101602 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101602 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101602 มา 1 คู่ เช่น 2 x 50801
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101602
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101602 แบบที่หนึ่ง
- 101602
- 74
- 2
- 37
- 1373
- 74
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101602 แบบที่สอง
- 101602
- 2
- 50801
- 37
- 1373
ดังนั้น 101602 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101602 =
2 x 37 x 1373
2. การแยกตัวประกอบของ 101602 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101602 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101602 นั้นก็คือ 2, 37, 1373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101602
2)10160237)508011373)13731ดังนั้น 101602 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101602 = 2 x 37 x 1373วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101602
1แยกตัวประกอบของ 101602 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 371 x 137312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101602 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101602 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101602 นั้นก็คือ 2, 37, 1373 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101602
2
)101602
37
)50801
1373
)1373
1
ดังนั้น 101602 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101602 = 2 x 37 x 1373
1แยกตัวประกอบของ 101602 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 371 x 13731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1373 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101602 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101602 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
