ตัวประกอบของ 101463 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101463
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101463 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101463 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101463 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101463 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101463 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 31, 93, 1091, 3273, 33821, 101463
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101463 ÷ 1 | = | 101463 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 3 | = | 33821 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 31 | = | 3273 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 93 | = | 1091 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 1091 | = | 93 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 3273 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 33821 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 101463 ÷ 101463 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101463
| 1 x 101463 | = | 101463 |
| 3 x 33821 | = | 101463 |
| 31 x 3273 | = | 101463 |
| 93 x 1091 | = | 101463 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101463
1 + 3 + 31 + 93 + 1091 + 3273 + 33821 + 101463 = 139776
▶ ตัวประกอบของ 101463 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 31, 1091
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101463 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101463 = 3 x 31 x 1091
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101463 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101463 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101463 มา 1 คู่ เช่น 3 x 33821
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101463
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101463 แบบที่หนึ่ง
- 101463
- 93
- 3
- 31
- 1091
- 93
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101463 แบบที่สอง
- 101463
- 3
- 33821
- 31
- 1091
ดังนั้น 101463 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101463 =
3 x 31 x 1091
2. การแยกตัวประกอบของ 101463 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101463 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101463 นั้นก็คือ 3, 31, 1091 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101463
3)10146331)338211091)10911ดังนั้น 101463 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101463 = 3 x 31 x 1091วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101463
1แยกตัวประกอบของ 101463 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 311 x 109112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1091 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101463 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101463 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101463 นั้นก็คือ 3, 31, 1091 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101463
3
)101463
31
)33821
1091
)1091
1
ดังนั้น 101463 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101463 = 3 x 31 x 1091
1แยกตัวประกอบของ 101463 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 311 x 10911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1091 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101463 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101463 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
