ตัวประกอบของ 101158 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101158
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101158 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101158 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101158 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101158 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101158 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 37, 74, 1367, 2734, 50579, 101158
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101158 ÷ 1 | = | 101158 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 2 | = | 50579 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 37 | = | 2734 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 74 | = | 1367 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 1367 | = | 74 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 2734 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 50579 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 101158 ÷ 101158 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101158
| 1 x 101158 | = | 101158 |
| 2 x 50579 | = | 101158 |
| 37 x 2734 | = | 101158 |
| 74 x 1367 | = | 101158 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101158
1 + 2 + 37 + 74 + 1367 + 2734 + 50579 + 101158 = 155952
▶ ตัวประกอบของ 101158 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 37, 1367
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101158 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101158 = 2 x 37 x 1367
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101158 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101158 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101158 มา 1 คู่ เช่น 2 x 50579
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101158
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101158 แบบที่หนึ่ง
- 101158
- 74
- 2
- 37
- 1367
- 74
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101158 แบบที่สอง
- 101158
- 2
- 50579
- 37
- 1367
ดังนั้น 101158 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101158 =
2 x 37 x 1367
2. การแยกตัวประกอบของ 101158 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101158 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101158 นั้นก็คือ 2, 37, 1367 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101158
2)10115837)505791367)13671ดังนั้น 101158 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101158 = 2 x 37 x 1367วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101158
1แยกตัวประกอบของ 101158 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 371 x 136712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1367 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101158 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101158 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101158 นั้นก็คือ 2, 37, 1367 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101158
2
)101158
37
)50579
1367
)1367
1
ดังนั้น 101158 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101158 = 2 x 37 x 1367
1แยกตัวประกอบของ 101158 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 371 x 13671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1367 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101158 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101158 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
