ตัวประกอบของ 101126 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 101126
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 101126 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 101126 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 101126 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 101126 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 101126 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 59, 118, 857, 1714, 50563, 101126
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 101126 ÷ 1 | = | 101126 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 2 | = | 50563 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 59 | = | 1714 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 118 | = | 857 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 857 | = | 118 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 1714 | = | 59 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 50563 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 101126 ÷ 101126 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 101126
| 1 x 101126 | = | 101126 |
| 2 x 50563 | = | 101126 |
| 59 x 1714 | = | 101126 |
| 118 x 857 | = | 101126 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 101126
1 + 2 + 59 + 118 + 857 + 1714 + 50563 + 101126 = 154440
▶ ตัวประกอบของ 101126 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 59, 857
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 101126 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101126 = 2 x 59 x 857
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 101126 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 101126 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 101126 มา 1 คู่ เช่น 2 x 50563
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101126
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101126 แบบที่หนึ่ง
- 101126
- 118
- 2
- 59
- 857
- 118
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 101126 แบบที่สอง
- 101126
- 2
- 50563
- 59
- 857
ดังนั้น 101126 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101126 =
2 x 59 x 857
2. การแยกตัวประกอบของ 101126 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 101126 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101126 นั้นก็คือ 2, 59, 857 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101126
2)10112659)50563857)8571ดังนั้น 101126 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้101126 = 2 x 59 x 857วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 101126
1แยกตัวประกอบของ 101126 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 591 x 85712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 857 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101126 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 101126 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 101126 นั้นก็คือ 2, 59, 857 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 101126
2
)101126
59
)50563
857
)857
1
ดังนั้น 101126 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
101126 = 2 x 59 x 857
1แยกตัวประกอบของ 101126 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 591 x 8571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 59 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 857 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 101126 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 101126 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
